วิตามิน

วิตามินที่คนนิยมในปัจจุบันมีอะไรบ้าง ?

วิตามินที่คนนิยมในปัจจุบันมีอะไรบ้าง

ในปัจจุบันการกินวิตามินและอาหารเสริมเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อช่วยให้เราดูอ่อนกว่าวัยและทำให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากป่วยและต้องไปหาหมอซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูง การกินวิตามินตั้งแต่อายุน้อยจึงเป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดี

  1. วิตามินซี – วิตามินซีถือว่าเป็นสุดยอดแห่งวิตามินเพื่อความงาม ช่วยเรื่องของความขาวใสของผิวพรรณ ช่วยแก้ปัญหาความหมองคล้ำใบหน้าจากแดดและรอยแผลเป็นต่าง ๆ ให้จางลงได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ในด้านของสุขภาพภายในยังช่วยลดโอกาสเป็นโรคหวัดและภูมิแพ้ได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยได้
  2. น้ำมันปลา – น้ำมันปลาหรือ Fish Oil ถือว่าเป็นวิตามินที่เหมาะกับคนผิวแห้ง เพราะเพิ่มความชุ่มชื้นในชั้นผิวหนังได้เมื่อรับประทานต่อเนื่องไป 3-6 เดือนขึ้นไป ทั้งยังช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมเซลล์ของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะกับคนวัย 40 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาผิวแห้งหยาบกร้านและสุขภาพเริ่มทรุดโทรมจากการทำงานหนักมาหลายปี
  3. Calcium – แคลเซียมเป็นวิตามินที่สำคัญต่อผู้สูงอายุ ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงมากขึ้น จึงกล่าวได้ว่าเป็นวิตามินที่ป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้อย่างชัดเจน ในอดีตเราอาจได้รับจากการดื่มนมเป็นหลัก แต่ปัจจุบันมีแคลเซียมแบบเม็ดให้เลือกรับประทานได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
  4. วิตามินเอ – Vitamin A ถือว่าเป็นตัวช่วยบำรุงสายตาที่จำเป็นในโลกยุคไอที ที่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้เวลากับหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์มากขึ้น วิตามินเอจะช่วยปกป้องจอประสาทตาให้ลดอันตรายจากรังสีสีฟ้าและแสงยูวีในแดดได้
  5. สังกะสี – สังกะสีจำเป็นต่อคนที่มีปัญหาสิว ทั้งเพศชายและหญิง แนะนำให้วัยรุ่นที่มีสิวอักเสบบ่อย ๆ หรือมีจุดด่างดำบนใบหน้าที่เกิดจากการแกะสิวหรือบีบสิวเม็ดใหญ่ รับประทานสังกะสีเพิ่มเป็นประจำทุกวัน จะลดโอกาสจะเป็นสิวซ้ำ ๆ และทำให้รอยต่าง ๆ จางลงได้อย่างรวดเร็ว
  6. วิตามินบี – เราใช้สมองในการคิดและวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้ต้องการวิตามินบี ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ช่วยให้เซลล์ประสาททำงานได้ดียิ่งขึ้น คนที่ขาดวิตามินบีจะมีอาการอ่อนเพลีย สมองตื้อคิดอะไรไม่ออก และมีอาการชาปลายมือปลายเท้าได้ แนะนำให้คนวัยเรียนและวัยทำงานรับประทานเป็นประจำ

สุขภาพของเราสามารถทำให้แข็งแรงและฟื้นฟูได้ด้วยวิตามินอาหารเสริมหลากหลายชนิด เพียงเลือกที่เหมาะกับเราและรับประทานอย่างต่อเนื่องก็จะเห็นผลในทางที่ดีตามที่ต้องการ ที่สำคัญคือควรดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้สุขภาพดีอยู่กับเราไปนาน ๆ

สุขภาพดีสร้างได้ด้วยอาหารที่รับประทาน 2019

สุขภาพดีสร้างได้ด้วยอาหารที่รับประทาน 2019

การมีสุขภาพดีเป็นที่ต้องการของทุกคน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีสุขภาพดีได้อย่างที่ปรารถนา แต่ถ้าปฏิบัติตนได้ถูกต้อง การมีสุขภาพดีก็เป็นเรื่องที่ทำได้จริง ซึ่งนอกจากต้องออกกำลังกายและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว การเลือกประเภทอาหารที่รับประทาน ยังส่งผลอย่างมากที่จะทำให้แข็งแรงไม่เจ็บป่วยหรือสะสมโรคเรื้อรังในระยะยาว

เราจึงได้รวบรวมอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาฝากกัน ดังนี้

1. ถั่วเหลือง

เป็นธัญพืชที่มีราคาถูก แต่มีผลดีต่อสุขภาพอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะรับประทานในรูปแบบของน้ำเต้าหู้ ทั้งนี้แนะนำให้เสริมงาดำ เพื่อเพิ่มแคลเซียมแก่ร่างกาย และทำสูตรหวานน้อย เพื่อลดความเสี่ยงโรคอ้วน หรือเต้าหู้จากถั่วเหลือง ในเมนูอาหารต่าง ๆ เช่น ผัดผัก ต้มจืด ฯลฯ ก็จะเสริมสร้างความแข็งแรงของมวลกระดูกและช่วยในการปรับฮอร์โมนให้สมดุลได้ โดยเฉพาะสตรีวัยทอง เนื่องจากมีสารไอโซฟลาโวนในระดับที่สูงกว่าธัญพืชทั่วไป

2. แอปเปิล

เป็นแหล่งของวิตามินและเกลือแร่ที่เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ทั้งนี้มีการศึกษาพบว่าในแอปเปิลมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยในการลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้ ทั้งยังมีกรดมาลิกและทาร์ทาริก ที่ช่วยในการย่อยโปรตีนและไขมันจากอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อได้อีกด้วย การรับประทานแอปเปิลเป็นประจำ จึงทำให้สุขภาพดี ลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่าง ๆ ได้

3. ปลาทูน่า

เป็นปลาทะเลน้ำลึกที่มีไขมันชนิดดีสูง ชื่อว่า โอเมก้า 3 ช่วยในการบำรุงสมองและหลอดเลือดได้ ที่สำคัญคือ มีไขมันน้อย โดยเฉพาะที่หนังปลา ลดความเสี่ยงต่อการอุดตันของไขมันใหม่ในเส้นเลือด เมื่อเปรียบเทียบกับการรับประทานกลุ่มโปรตีนติดมันทั่วไป

4. ไข่ไก่

การรับประทานไข่ไก่เป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 1 ฟอง จะช่วยเสริมระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรง ที่สำคัญคือ สารเลซิตินในไข่ไก่ สามารถช่วยบำรุงสมอง เสริมสร้างความจำ จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเมนูอาหารประจำวัน ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้สูงอายุ

5. ปวยเล้ง

เป็นผักสีเขียวที่มีรสชาติอร่อย มีแร่ธาตุโพแทสเซียมสูงที่ช่วยในการทำงานของระบบหลอดเลือดและหัวใจได้อย่างเป็นปกติสมดุลยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในการบำรุงเลือดเพราะมีธาตุเหล็กและโฟลิค และมีปริมาณแคลเซียมสูง เมื่อรับประทานเป็นประจำจะลดความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย เทคนิคสำคัญคือ ในฤดูที่อากาศเปลี่ยนแปลง ควรรับประทานเมนูผักปวยเล้งบ่อย ๆ เพราะมีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันหวัดได้ ทั้งนี้ผู้ที่เป็นโรคนิ่วหรือโรคเก๊าต์ต้องระมัดระวังการรับประทาน การปรุงควรลวกน้ำร้อนแล้วเทน้ำทิ้งก่อน 1 ครั้งเพื่อลดปริมาณกรดออกซาลิก ที่มีความเสี่ยงในการรวมตัวกับแคลเซียม เสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วได้

เรียกได้ว่า สารที่ยกตัวอย่างมา เป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร หรือผักผลไม้ที่เราพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน เพียงนำมาทำเมนูอาหารให้บ่อยขึ้น และมีการหมุนเวียนเปลี่ยนชนิดกันไป เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินและเกลือแร่จากสารอาหารที่หลากหลาย ควบคู่กับการดูแลสุขภาพด้านอื่น เช่น การออกกำลังกาย นอนให้เพียงพอ ลดความเครียด ก็รับรองได้ว่าสุขภาพของคุณและทุกคนในครอบครัวจะดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

เราจึงได้รวบรวมอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาฝากกัน